{{โครง}}

'''คลื่นสึนามิ''' (จาก[[ภาษาญี่ปุ่น]] 津波 แปลว่า ''คลื่นที่ท่าเรือ'' หรือ ''คลื่นชายฝั่ง'') คือ คลื่นหรือกลุ่มคลื่นที่จุดกำเนิดจากทะเลลึก ซึ่งมักปรากฏหลัง[[แผ่นดินไหว]]ขนาดใหญ่, , [[ภูเขาไฟระเบิด]], [[ดินถล่ม]], [[แผ่นดินทรุด]], หรือ[[อุกกาบาต]]ขนาดใหญ่ตกลงในทะเล คลื่นสึนามิสามารถเข้าทำลาย[[พื้นที่ชายฝั่ง]] ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้

== ชื่อเรียก ==
ชาวประมง[[ประเทศญี่ปุ่น|ญี่ปุ่น]]เป็นผู้ที่คิดคำเรียกนี้ขึ้น ภายหลังจากที่เขากลับเข้าท่าเรือและพบว่าทุกอย่างถูกทำลายสิ้น โดยไม่ได้สังเกตพบคลื่นดังกล่าวที่บริเวณน้ำลึกเลย ทั้งนี้เนื่องจากคลื่นสึนามิไม่ใช่ปรากฏการณ์ระดับผิวน้ำที่เขตน้ำลึก คลื่นจะมี[[แอมพลิจูด]]ต่ำ และมีความยาวคลื่นสูง ทำให้คลื่นสามารถวิ่งผ่านผู้สังเกตการณ์ที่ผิวน้ำ ซึ่งอาจจะเห็นเป็นเพียงแค่เนินต่ำๆ ในน้ำเท่านั้น

== สาเหตุ ==
คลื่นสึนามิเกิดขึ้นจากการกระทบกระเทือนที่ทำให้น้ำปริมาณมากเกิดการเคลื่อนตัว เช่นแผ่นดินไหว, แผ่นดินถล่ม, หรืออุกกาบาตพุ่งชน

เมื่อแผ่นดินใต้ทะเลเกิดการเปลี่ยนรูปร่างอย่างกระทันหัน จะทำให้น้ำทะเลเกิดเคลื่อนตัวเพื่อปรับระดับให้เข้าสู่จุดสมดุลย์และจะก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ การเปลี่ยนรูปร่างของพื้นทะเลมักเกิดขึ้นเมื่อเกิดแผ่นดินไหวเนื่องจากการขยับของ[[เปลือกโลก]] ซึ่งจะเกิดบริเวณที่ขอบของเปลือกโลกหลายอันเชื่อมต่อกัน ที่เรียกว่า "faults" เช่น บริเวณขอบของมหาสมุทรแปซิฟิก นอกจากแผ่นดินไหวแล้ว ดินถล่มใต้น้ำที่มักเกิดร่วมกับแผ่นดินไหวสามารถทำให้เกิดคลื่นสึนามิได้เช่นกัน

นอกจากการกระทบกระเทือนที่เกิดใต้น้ำแล้ว การที่พื้นดินขนาดใหญ่ถล่มลงทะเล หรือการตกกระทบพื้นน้ำของเทหวัตถุ ก็สามารถทำให้เกิดคลื่นได้ คลื่นสึนามิที่เกิดในรูปแบบนี้จะลดขนาดลงอย่างรวดเร็วและไม่มีผลกระทบต่อชายฝั่งที่อยู่ห่างไกลมากนัก อย่างไรก็ตาม ถ้าแผ่นดินมีขนาดใหญ่มากพอ อาจทำให้เกิด [[เมกะสึนามิ]] ซึ่งอาจมีความสูงร่วมร้อยเมตรได้

ลักษณะการเกิดของสึนามิ]]

== ลักษณะของคลื่นสึนามิ ==
คลื่นสึนามิแตกต่างจากคลื่นธรรมดามาก ตัวคลื่นนั้นสามารถเดินทางได้เป็นระยะทางไกลๆ โดยไม่สูญเสียพลังงาน และสามารถเข้าทำลายชายฝั่งที่อยู่ห่างไกลจากจุดกำเนิดหลายพันกิโลเมตรได้ 
โดยทั่วไปแล้วคลื่นสึนามิซึ่งเป็นคลื่นในน้ำ จะเดินทางได้ช้ากว่าการสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวที่เป็นคลื่นที่เดินทางในพื้นดิน ดังนั้น คลื่นอาจเข้ากระทบฝั่งภายหลังจากที่ผู้คนบริเวณนั้นรู้สึกว่าเกิดแผ่นดินไหวเป็นเวลาหลายชั่วโมง

คลื่นโดยทั่วไปจะมีคุณสมบัติสำคัญที่วัดได้อยู่สองประการคือ ''คาบ'' ซึ่งจะเป็นเวลาระหว่างลูกคลื่นสองลูก และ ''ความยาวคลื่น'' ซึ่งเป็นระยะห่างระหว่างลูกคลื่นสองลูก
ในทะเลเปิด คลื่นสึนามิมีคาบที่นานมาก โดยเริ่มจากไม่กี่นาทีถึงชั่วโมง ในขณะเดียวกันก็มีความยาวคลื่นที่ยาวมาก โดยอาจยาวถึงหลายร้อยกิโลเมตร ในขณะที่คลื่นทั่วไปที่เกิดจากลมที่ชายฝั่งนั้นมีคาบประมาณ 10 วินาที และมีความยาวคลื่นประมาณ 150 เมตรเท่านั้น ความสูงของคลื่นในทะเลเปิดมักน้อยกว่าหนึ่งเมตร ซึ่งทำให้ไม่เป็นที่สังเกตของผู้คนบนเรือ คลื่นจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วตั้งแต่ 500 ถึง 1,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่ชายฝั่งที่มีความลึกลดลง คลื่นจะมีความเร็วที่ต่ำลงและเริ่มก่อตัวเป็นคลื่นสูง โดยอาจมีความสูงได้ถึง 30 เมตรหรือมากกว่านั้น

คลื่นจะมีพฤติกรรมเป็น "คลื่นน้ำตื้น" เมื่ออัตราส่วนระหว่างความลึกของน้ำและความยาวคลื่นนั้นมีค่าต่ำ ดังนั้น เนื่องจากมีความยาวคลื่นที่สูงมาก คลื่นสึนามิจึงมีคุณสมบัติเป็นคลื่นน้ำตื้นแม้อยู่ในทะเลลึกก็ตาม คลื่นน้ำตื้นนั้นมีความเร็วเท่ากับรากที่สองของผลคูณระหว่างความเร่งจากสนามแรงโน้มถ่วง (9.8 เมตร/วินาที^2) และความลึกของน้ำ ตัวอย่างเช่น ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีความลึกประมาณ 4,000 เมตร คลื่นจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วประมาณ 200 เมตรต่อวินาที หรือ 720 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนที่ชายฝั่งที่มีความลึก 40 เมตร คลื่นจะมีความเร็วช้าลงเหลือ 20 เมตรต่อวินาที หรือ 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คลื่นสึนามิจะเคลื่อนตัวออกจากแหล่งกำเนิด ดังนั้น ชายฝั่งที่ถูกกำบังโดยแผ่นดินส่วนอื่นๆ มักปลอดภัยจากคลื่น อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสที่คลื่นจะสามารถเลี้ยวเบนไปกระทบได้ นอกจากนี้ คลื่นไม่จำเป็นต้องมีความแรงเท่ากันในทุกทิศทุกทาง โดยความแรงจะขึ้นกับแหล่งกำเนิดและลักษณะของภูมิประเทศแถบนั้น

== เมกะสึนามิ และ เซชิ ==
มีหลักฐานว่าเมกะสึนามิที่มีความสูงมากกว่า 100 เมตรนั้นเกิดขึ้นได้ เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นจากเนื้อที่ขนาดใหญ่บางส่วนของเกาะพังทลายลงสู่ทะเล หรืออุกกาบาตตกลงสู่ทะเล เมกะสึนามิจะสามารถทำอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อพื้นที่ชายฝั่งที่อยู่ห่างไกลออกไปได้

ปรากฎการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสึนามิคือ [[เซชิ]] แผ่นดินไหวที่รุนแรงมักทำให้เกิดทั้งสึนามิและเซชิ มีหลักฐานว่าเซชิอาจเกิดจากสึนามิได้เช่นกัน

คลื่นสึนามิที่สูงที่สุดที่เคยมีการบันทึกไว้มีความสูงกว่า 500 เมตร โดยเกิดจากแผ่นดินถล่มที่[[มลรัฐอะแลสกา|อะแลสกา]]ในปี [[พ.ศ. 2501]] (ค.ศ. 1958) อย่างไรก็ตาม เมื่อคลื่นไปถึงทะเลเปิดมันได้สลายตัวไปอย่างรวดเร็ว ความสูงของคลื่นสึนามินั้นถูกกำหนดโดยลักษณะของพื้นที่มากกว่าพลังงานที่เกิดจากแผ่นดินถล่ม

== การศึกษา, สัญญาณเกิดเหตุ, และระบบเตือนภัย ==
''(รอการเพิ่มเติมเนื้อหา)''


== ประวัติ ==
มีข้อมูลเก่าแก่หลายอันเกี่ยวกับคลื่นฉับพลันที่มีอำนาจทำลายล้าง โดยเฉพาะที่แถบเมดิเตอเรเนียน ชาว[[ประเทศโปรตุเกส|โปรตุเกส]]ที่รอดชีวิตจากแผ่นดินไหวในปี [[พ.ศ. 2298]] (ค.ศ. 1755) เสียชีวิตด้วยคลื่นสึนามิที่ตามมาในเวลาไม่นานนัก ก่อนที่คลื่นยักษ์จะเข้าฝั่ง น้ำทะเลที่ท่าเรือลดลงจนซากเรือเก่าๆ โผล่ขึ้นมาให้เห็น

ภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ที่เกาะ[[การากาตัว]] ([[:en:Krakatoa|Krakatoa]]) ที่[[ประเทศอินโดนีเซีย|อินโดนีเซีย]]เมื่อปี [[พ.ศ. 2426]] (ค.ศ. 1883) ทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่ที่มีความสูงเกิน 40 เมตรจากระดับน้ำทะเล คลื่นสึนามิถูกสังเกตพบทั่วทั้ง[[มหาสมุทรอินเดีย]], [[มหาสมุทรแปซิฟิก]], ชายฝั่งตะวันตกของอเมริกา, อเมริกาใต้, หรือไกลถึง[[ช่องแคบอังกฤษ]]

[[แผ่นดินไหวมหาสมุทรอินเดีย พ.ศ. 2547|เหตุการณ์ล่าสุด]] กลุ่มของคลื่นยักษ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ [[26 ธันวาคม]] [[พ.ศ. 2547]] (ค.ศ. 2004) ทำให้มีผู้เสียชีวิตล่าสุดกว่า 68,000 ศพ โดยมีตั้งแต่ผู้ที่อยู่ใกล้บริเวณที่เกิดแผ่นดินไหว เช่น [[ประเทศอินโดนีเซีย|อินโดนีเซีย]]และ[[ประเทศไทย]] ไปจนถึงผู้ที่อยู่ห่างไกลนับพันกิโลเมตรใน[[ประเทศบังกลาเทศ|บังกลาเทศ]], [[ประเทศอินเดีย|อินเดีย]], [[ประเทศศรีลังกา|ศรีลังกา]], [[หมู่เกาะมัลดีลฟ์]], และแม้กระทั่ง[[ประเทศโซมาเลีย|โซมาเลีย]]ที่อยู่ในแถบ[[ทวีปแอฟริกา|แอฟริกา]]ตะวันออก ซึ่งประเทศในแถบนี้ยังไม่มีระบบเตือนภัยคลื่นสึนามิที่สมบูรณ์พอ ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีภัยพิบัติที่เกิดจากคลื่นยักษ์มานานตั้งแต่ปี [[พ.ศ. 2426]] (ค.ศ. 1983) และการมุ่งเน้นการพัฒนาระบบเตือนภัย[[พายุโซนร้อน]]

== อันตรายในอนาคต ==
''(รอการเพิ่มเติมเนื้อหา)''

== ดูเพิ่มเติม ==
